ไขข้อสงสัย "โยคะหน้า" ได้หน้ายก
แต่ริ้วรอยเกิด เพราะอะไร ?

อันยองชาว Soul Young!

ช่วงนี้เทรนด์ “โยคะหน้า” หรือ Facial Exercise กำลังมาแรงในสายคนรักผิว เพราะเป็นวิธีธรรมชาติที่เชื่อว่าช่วยให้หน้าเฟิร์มขึ้น แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า… ทำไมทำแล้ว หน้าดูยกแต่ก็ยังมีริ้วรอยเพิ่มขึ้นมา?

วันนี้เราจะมา ไขข้อสงสัย ว่าทำไมโยคะหน้าอาจมีผลทั้งบวกและลบต่อผิว พร้อมบอก วิธีดูแลผิวแบบไม่เสี่ยงริ้วรอย และทางเลือกที่ช่วยยกกระชับผิวอย่างอ่อนโยนและแม่นยำขึ้น

 

รู้หรือไม่? กล้ามเนื้อใบหน้ามี 2 ประเภทที่ส่งผลต่อริ้วรอย

ใบหน้าของเรามีกล้ามเนื้อมากกว่า 50 มัด แต่สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักที่มีผลโดยตรงต่อริ้วรอยและความกระชับของผิว คือ:

  1. กล้ามเนื้อแสดงสีหน้า (Superficial Muscles)
  • ใช้ในการยิ้ม ขมวดคิ้ว หัวเราะ ฯลฯ
  • หากใช้งานซ้ำๆ ผิวหนังบริเวณนั้นจะพับตัวจนเกิดเป็น ริ้วรอยลึก เช่น ตีนกา ร่องแก้ม รอยขมวดคิ้ว
  1. กล้ามเนื้อพยุงโครงหน้า (Deep Structural Muscles)
  • ทำหน้าที่พยุงโครงสร้างผิวและไขมันใต้ผิว
  • เมื่อแข็งแรง จะทำให้ใบหน้า ยกกระชับ กรอบหน้าชัด ไม่หย่อนคล้อย

 

3 ท่าโยคะหน้าสุดฮิต ช่วยยกกระชับผิว

สำหรับใครที่อยากลอง ออกกำลังกายใบหน้า ด้วยตัวเอง ลองทำตาม 3 ท่าฮิตเหล่านี้ดูได้เลย! แต่ต้องทำเบาๆ และไม่เกร็งจนเกินไปนะ

ท่าที่ 1: ยกกระชับแก้มและร่องแก้ม

  • วิธีทำ: ทำปากจู๋เหมือนกำลังจะเป่าลม แล้วยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ สลับกันไปมา ทำช้าๆ 15-20 ครั้ง

ท่าที่ 2: ลดเหนียงและกระชับกรอบหน้า

  • วิธีทำ: เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วยื่นปากล่างไปข้างหน้าให้รู้สึกตึงที่ลำคอ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3: ยกหน้าผากและรอบดวงตา

  • วิธีทำ: เลิกคิ้วให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเบิกตากว้าง ค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง

โยคะหน้า… ดาบสองคมของคนอยากผิวเฟิร์ม

การออกกำลังกายใบหน้าด้วยมือเปล่า อาจทำให้คุณเผลอ ใช้กล้ามเนื้อแสดงสีหน้า ไปพร้อมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อโครงหน้า ส่งผลให้ผิวพับตัวซ้ำๆ จนกลายเป็นริ้วรอยแบบไม่รู้ตัว แม้หน้าจะเฟิร์มขึ้นแต่ริ้วรอยก็แถมมาด้วย

 

ทางออกของปัญหานี้: ออกกำลังกายหน้าแบบไหนที่ “ได้หน้ายกแต่ไม่เสี่ยงริ้วรอย”?

แต่ไม่ต้องกังวลเพราะจริงๆ แล้วปัญหาเรื่องการแยกกล้ามเนื้อมีทางออกที่ง่ายกว่า สะดวกกว่า นั่นคือการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยนั่นเองอย่างการ ยกกระชับใบหน้าด้วยพลังงาน EMS

เทคโนโลยี EMS (Electrical Muscle Stimulation): คือพลังงานคลื่นไฟฟ้าอ่อน ๆ ที่จะส่งตรงไปยังกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดและคลายตัวเหมือนได้ ออกกำลังกายเบา ๆ อย่างตรงจุดและแม่นยำ

  • ข้อดีของ EMS: พลังงานจะเข้าไปกระตุ้น กล้ามเนื้อพยุงโครงหน้า โดยตรงโดยที่เราไม่ต้องขยับใบหน้าเอง
  • ผลลัพธ์: ทำให้คุณได้ประโยชน์จากการ ยกกระชับ ผิวหน้าแบบเต็มที่ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการแสดงสีหน้าซ้ำๆ ที่เป็นสาเหตุของ ริ้วรอย


ถ้าใครไม่รู้จะใช้เครื่องนวดหน้าตรงไหนแอบกระซิบเบาๆว่า กัวซาหมี BEAR ใช้พลังงาน Micropulse EMS ช่วยยกผิวหน้าได้นะ 

 

เลือกเส้นทางที่ใช่…เพื่อผิวเฟิร์มกระชับแบบไม่ต้องแลก

การเลือกดูแลผิวหน้าเป็นเรื่องของความเข้าใจ การออกกำลังกายใบหน้ามีทั้งข้อดีและข้อที่ต้องระวัง แต่การใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องก็ช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้

การใช้ตัวช่วยอย่าง เทคโนโลยี EMS ที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และเห็นผลในระยะยาวก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเพื่อให้ใบหน้าเฟิร์มกระชับและดูอ่อนเยาว์แบบไม่ต้องแลก! นั่นเอง

 

Q&A: คำถามที่พบบ่อย

Q: โยคะหน้าต้องทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

A: การทำโยคะหน้าให้เห็นผลต้องใช้ความสม่ำเสมอ แนะนำให้ทำวันละ 15-20 นาทีอย่างน้อย
3 – 5 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง

 

Q: การใช้เครื่องนวดหน้า EMS ดีกว่าโยคะหน้ายังไง?

A: การใช้ EMS จะช่วยให้การ ออกกำลังกายกล้ามเนื้อ เป็นไปอย่างแม่นยำ สม่ำเสมอและตรงจุดกว่า โดยจะไปกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงโครงหน้าโดยเฉพาะ ทำให้ได้ผลลัพธ์ในการ ยกกระชับ และลดความเสี่ยงในการเกิด ริ้วรอย จากการขยับกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าได้อีกด้วย

 

Q: แล้วโบท็อกซ์กับ EMS ต่างกันยังไง?

A: โบท็อกซ์จะช่วย “ระงับ” การทำงานของกล้ามเนื้อเพื่อลดการเกิดริ้วรอย ส่วน EMS จะช่วย “ออกกำลังกาย” และ “เสริมความแข็งแรง” ให้กล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำให้ผิวดูเฟิร์มกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

Q: ถ้าทำโยคะหน้าอยู่แล้ว ควรใช้เครื่อง EMS เสริมไหม?

A: สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยอาจจะใช้เครื่อง EMS สลับกับวันที่ทำโยคะหน้า เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในแบบที่แตกต่างกัน และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการ ยกกระชับ ใบหน้า